500 ล้านโดส วัคซีนโควิด-19

500
“อว. รายงานว่าทั่วโลกฉีดวัคซีนโควิด-19 รวมมากกว่า 500 ล้านโดส ใน 140 ประเทศ อาเซียนฉีดรวมกันกว่า 12 ล้านโดส”

➡️(26 มีนาคม 2564) ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยว่า “ขณะนี้จำนวนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลก เกินกว่า 500 ล้านโดสแล้ว ใน 140 ประเทศ/เขตปกครอง ใช้เวลาเพียง 108 วัน และความเร็วในการฉีดรวดเร็วมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย 100 ล้านโดสหลังนี้ ใช้เวลาเพียง 8 วันเท่านั้น”

ในขณะนี้ อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 12.2 ล้านโดสต่อวัน อิสราเอลได้ฉีดวัคซีนครอบคุลมเกินครึ่งของประชากรแล้ว โดยมีเซเชลส์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรมากกว่า 1 ใน 3 ในขณะที่สหรัฐอเมริกาฉีดวัคซีนเป็นจำนวนมากที่สุดและมีความเร็วในการฉีดสูงที่สุด ในอัตรา 2.5 ล้านโดสต่อวัน ซึ่งมีอัตราใกล้เคียงกับจีนและอินเดีย ที่ประมาณ 2 ล้านโดสต่อวัน จำนวนวัคซีนที่ฉีดแล้วในสหรัฐอเมริกาคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 4 ของจำนวนการฉีดทั่วโลก

ในขณะที่ภูมิภาคอาเซียน ได้มีการฉีดวัคซีนรวมกันแล้วมากกว่า 12 ล้านโดส ใน 9 ประเทศ คงเหลือเพียงบรูไนซึ่งประกาศว่าจะฉีดวัคซีนภายในไตรมาสแรกของปีนี้

สำหรับประเทศไทยมีการฉีดวัคซีนแล้วใน 13 จังหวัด จำนวนรวม 136,190 คน ณ วันที่ 25 มีนาคม 2564”

🌏 ในการฉีดวัคซีน จำนวน 500 ล้านโดสนี้ อว. ขอรายงานสถิติที่สำคัญ คือ

1. ใช้เวลาในการฉีดวัคซีนถึง 500 ล้านโดส ในเวลา 108 วัน
โดย 100 ล้านโดสแรก ใช้เวลา 56 วัน
100 ล้านโดสที่สอง ใช้เวลา 19 วัน
100 ล้านโดสที่สาม ใช้เวลา 15 วัน
100 ล้านโดสที่สี่ ใช้เวลา 10 วัน
และ 100 ล้านโดสที่ห้า ยังคงเร็วขึ้นอีก ใช้เวลาเพียง 8 วัน
เนื่องจากเริ่มมีการกระจายวัคซีนไปทั่วโลกเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มจำนวนประเทศที่ฉีดวัคซีนถึง 140 ประเทศครบทุกภูมิภาคแล้ว

2. ประเทศที่ฉีดวัคซีนแล้วมากที่สุด
5 ประเทศลำดับแรกที่ฉีดวัคซีนรวมกันเกือบ 3 ใน 4 ของการฉีดทั่วโลก (73%) ได้แก่

  1. สหรัฐอเมริกา จำนวน 133.31 ล้านโดส (26.6% ของจำนวนการฉีดทั่วโลก)
  2. จีน จำนวน 85.86 ล้านโดส (17.1%)
  3. สหภาพยุโรป จำนวน 63.09 ล้านโดส (12.6%)
  4. อินเดีย จำนวน 54.67 ล้านโดส (10.9%)
  5. สหราชอาณาจักร จำนวน 31.77 ล้านโดส (6.3%)
    มี 5 ประเทศที่ฉีดวัคซีนแล้วประเทศละมากกว่า 20 ล้านโดส

(three)3มี 8 ประเทศที่ฉีดวัคซีนให้กับประชากรอย่างน้อย 20% แล้ว ได้แก่

  1. อิสราเอล (54.5% ของประชากร) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech และ Moderna)
  2. เซเชลส์ (49.2%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford และ Sinopharm)
  3. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (36%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaleya)
  4. มัลดีฟส์ (24.2%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford)
  5. ชิลี (23.8%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech และ Sinovac)
  6. สหราชอาณาจักร (23.4%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford และ Pfizer/BioNTech)
  7. บาห์เรน (23.2%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaleya)
  8. โมนาโก (20.5%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech)

4. ความเร็วในการฉีดวัคซีน สูงที่สุด 10 อันดับแรก (เฉลี่ยล่าสุด)

  1. สหรัฐอเมริกา (วันละ 2.5 ล้านโดส)
  2. จีน (วันละ 2.3 ล้านโดส)
  3. อินเดีย (วันละ 2.2 ล้านโดส)
  4. สหภาพยุโรป (วันละ 1.3 ล้านโดส)
  5. สหราชอาณาจักร (วันละ 0.6 ล้านโดส)
  6. บราซิล (วันละ 0.5 ล้านโดส)
  7. อินโดนีเซีย (วันละ 0.4 ล้านโดส)
  8. รัสเซีย (วันละ 0.3 ล้านโดส)
  9. ตุรกี (วันละ 0.2 ล้านโดส)
  10. เยอรมนี (วันละ 0.2 ล้านโดส)
    ทั้งนี้มี 4 ประเทศ/ภูมิภาค ที่ฉีดวัคซีนมากกว่าวันละ 1 ล้านโดส ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย สหราชอาณาจักร

5. จำนวนการฉีดวัคซีนแยกตามภูมิภาค

  1. เอเชียและตะวันออกกลาง 42.27%
  2. อเมริกาเหนือ 29.07%
  3. ยุโรป 19.9%
  4. ลาตินอเมริกาและแคริบเบียน 6.8%
  5. แอฟริกา 1.89%
  6. โอเชียเนีย 0.07%

6. ยอดการจองวัคซีนทั่วโลก รวมกันประมาณ 9,600 ล้านโดส
-ประเทศที่มียอดการจองวัคซีนจำนวนมากที่สุด ได้แก่ อินเดีย
-วัคซีนที่ได้รับการจองมากที่สุดคือวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford
-ประเทศที่มีการจองวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดคือ สหราชอาณาจักร

7. ในภูมิภาคอาเซียน ได้ฉีดวัคซีนแล้ว 12,492,127 โดส ใน 9 ประเทศ ได้แก่

  1. สิงคโปร์ จำนวน 1,109,000 โดส (9.7% ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer และ Moderna
  2. อินโดนีเซีย จำนวน 9,754,646 โดส (1.8% ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac
  3. พม่า จำนวน 105,285 โดส (0.1% ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca
  4. กัมพูชา จำนวน 296,149 โดส (0.9% ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm
  5. มาเลเซีย จำนวน 510,976 โดส (0.8% ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer และ Sinovac
  6. ไทย จำนวน 136,190 โดส (0.2% ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac และ AstraZeneca
  7. ฟิลิปปินส์ จำนวน 508,332 โดส (0.2% ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac และ AstraZeneca
  8. เวียดนาม จำนวน 39,817 โดส (<0.1% ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca
  9. ลาว จำนวน 40,732 โดส (0.3% ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm
    ทั้งนี้ บรูไน ระบุว่าจะฉีดภายในไตรมาสที่ 1 ของปี 2564

8. ข้อมูลการฉีดวัคซีนล่าสุดของประเทศไทย
จำนวนการฉีดวัคซีนสะสม 136,190 คน ณ วันที่ 25 มีนาคม 2564 โดยฉีดแล้ว 13 จังหวัด และ สมุทรสาครเป็นจังหวัดที่มีการฉีดวัคซีนมากที่สุด ให้กับประชากรมากกว่า 50,000 ราย

แหล่งข้อมูล Bloomberg Vaccine Tracker, กระทรวงสาธารณสุข
ประมวลข้อมูลโดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)