การวิจัยเพื่อลดผลกระทบด้าน เศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข และการศึกษา

  • หน้าแรก
  • การวิจัยเพื่อลดผลกระทบด้าน เศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข และการศึกษา

แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของความเป็นไปได้และการเตรียมความพร้อมต่อการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในประเทศไทย

08 มีนาคม,2565 | Piroonruk Art-han

แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย

ชื่อผลงาน : แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย

ที่มาและความสำคัญของโครงการ :

การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) ตั้งแต่ปลายปี ค.ศ. 2019 จนถึงปัจจุบัน ทั่วโลกมีจำนวนผู้ป่วยสะสมแล้วมากกว่าสามร้อยล้านราย ประเทศไทยได้ออกมาตรการในการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการระบาด อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนพฤษภาคม ประเทศไทยจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อสะสมแล้วกว่าสองล้าน โดยโครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและทำนายอุบัติการณ์ของการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในประเทศไทย รวมถึงการเตรียมความพร้อมและประเมินผลการดำเนินการเฝ้าระวัง คัดกรอง และป้องกันควบคุมโรค โดยการใช้แบบจําลองทางคณิตศาสตร์เพื่ออธิบายการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) เพื่อลดความสิ้นเปลืองทรัพยากรและเวลาในการควบคุมโรคนี้ในปัจจุบันและในอนาคต

ผลผลิตจากงานวิจัย :

ผลการศึกษาพบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันจะสูงที่สุดในช่วงปลายเดือนมีนาคม ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 25 ถึง 34 ปี แต่หลังจากการประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2538 จำนวนผู้ที่ติดเชื้อและเสียชีวิตรายวันมีแนวโน้มลดลง ซึ่งแบบจำลองคาดการณ์ว่าจะมีโอกาสที่จะเหลือเป็นศูนย์ภายในเดือนสิงหาคม หากยังใช้มาตรการเข้มงวดดังเช่นปัจจุบัน คือ การเว้นระยะห่างทางสังคม การทำงานที่บ้าน การแนะนำให้มีการป้องกันตัวเองด้วยการล้างมือและใส่หน้ากากอนามัย รวมถึง ค้นหาเชิงรุกการตรวจคัดกรอง แยกกัก และกักกัน ทำให้ค่า The effective reproductive number (Rt) ลดลงอย่างมากในช่วงเดือนเมษายน และพฤษภาคม โดยมีค่าประมาณต่อวัน 0.74 (0.54-0.96) แสดงว่ามาตรการต่าง ๆ สามารถควบคุมการระบาดของโรคได้เป็นอย่างดี หากดำเนินมาตรการเช่นนี้ต่อไป ก็จะไม่เกิดการระบาดใหญ่อีก โดยอัตราการการสัมผัสระหว่างประชาชนและค่าเฉลี่ยจำนวนผู้ติดเชื้อที่มีการย้ายถิ่นต่อวันเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ส่งผลต่อจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศ ดังนั้นหากต้องการควบคุมจำนวนของผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในประเทศในช่วงหลังผ่อนปรนมาตรการ ก็ควรเน้นการควบคุมการเดินทางเข้าราชอาณาจักรทั้งทางบกน้ำและอากาศ ถ้าหากผ่อนปรนมาตรการเกิดขึ้นแล้วประชาชนละเลยการป้องกันตนเอง ทำให้การสัมผัสระหว่างบุคคลเพิ่มขึ้นสามเท่าหลังจากผ่อนปรนมาตรการ

การนำไปใช้ประโยชน์ :

หากมีการระบาดเกิดขึ้นจะทำให้สามารถควบคุมโรคได้อย่างทันท่วงทีจากแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ โดยผู้ประกอบการควรให้ความร่วมมือในการให้ความรู้ คำแนะนำ หรือสื่อการป้องกันการแพร่ของเชื้อนี้แก่พนักงาน และสำรวจความเสี่ยงอยู่เสมอ หากพบผู้ติดเชื้อให้รักษาและหยุดงานทันที ตามสถานประกอบการควรทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ และผู้ใช้บริการควรให้ความร่วมมือในการป้องกันตนเอง โดยการเว้นระยะห่างทางสังคม การใส่หน้ากากอนามัยในพื้นที่สาธารณะ การล้างมือเป็นประจำ ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น ซึ่งหากความร่วมมือของทุกภาคส่วนและประชาชน ก็จะสามารถลดการระบาดระลอกที่สองได้ เพื่อลดความสิ้นเปลืองทรัพยากรและเวลาในการควบคุมโรคนี้ โดยจะเป็นประโยชน์ต่อหลาย ๆ ประเทศที่กําลังเผชิญกับปัญหาเช่นเดียวกันในปัจจุบันและในอนาคต



วันที่เผยแพร่ :
เผยแพร่โดย : Piroonruk Art-han (แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 09 มีนาคม,2565)
จำนวนครั้งที่อ่าน : 190 ครั้ง

ผลงานวิจัยโดย

ดร. วิริยะ มหิกุล

หน่วยงาน : วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
เบอร์ติดต่อ :
อีเมล :