การวิจัยเพื่อลดผลกระทบด้าน เศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข และการศึกษา

  • หน้าแรก
  • การวิจัยเพื่อลดผลกระทบด้าน เศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข และการศึกษา

การประยุกต์ใช้การชี้เป้าผู้ป่วยโควิด-19 คงค้างระดับพื้นที่ด้วยการตรวจซากเชื้อ SARS-CoV-2 ในน้ำเสียโสโครกร่วมกับการดำเนินมาตรการเชิงรุกของท้องถิ่นเพื่อลดการระบาดของโควิด-19 ในชุมชนเทศบาลนครยะลา

20 กรกฎาคม,2565 | Piroonruk Art-han

ชื่อผลงาน : ระบบเร่งรัดการควบคุมโควิด-19 เป็นศูนย์ในเทศบาลนครยะลาด้วยการชี้เป้าผู้ป่วยโควิด-19 คงค้างระดับพื้นที่ด้วยการตรวจซากเชื้อ SARS-CoV-2 ในน้ำเสียโสโครกตามด้วยการตรวจ ATK เชิงรุกแบบเฉพาะจุด

ที่มาและความสำคัญของโครงการ :

สถานการณ์โควิด-19 ของเทศบาลนครยะลาถูกจัดอยู่ในพื้นที่สีแดงเข้มในปี 2564 นายกเทศมนตรีเทศบาลนครยะลาได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของการตรวจซากเชื้อ SARS-CoV-2 ในน้ำเสียเพื่อจัดทำแผนที่ความเสี่ยงชี้เป้าบริเวณที่มีผู้ติดเชื้อคงค้างในพื้นที่เพื่อให้คณะทำงานของเทศบาลสามารถดำเนินมาตรการเชิงรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงพื้นที่ จึงได้ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการ ศบค.ส่วนหน้า และ ศบค. ให้ทำการประสานขอความอนุเคราะห์สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้คณะวิจัยใช้เทคนิคตรวจซากเชื้อในน้ำเสียทั่วทั้งเทศบาลนครยะลาและตรวจรายโรงเรียนเทศบาลเพื่อการเปิดเรียนอย่างปลอดภัย

ผลผลิตจากงานวิจัย :

โครงการวิจัยนี้พัฒนาระบบการใช้ RT-qPCR ตรวจสารพันธุกรรมไวรัสในน้ำเสียชุมชนเพื่อชี้เป้าผู้ป่วยโควิด-19 คงค้างระดับพื้นที่โดยแบ่งเทศบาลนครยะลาออกเป็น 33 ส่วน งานวิจัยจะชี้เป้าส่วนย่อยของชุมชนที่มีผู้ติดเชื้อคงค้างสูงเพื่อให้ทีมตรวจ ATK เชิงรุกของเทศบาลนครยะลาลงพื้นที่ตรวจเชิงรุกเพื่อคัดแยกผู้ติดเชื้อออกมารักษาลดการแพร่ระบาดในระดับชุมชนได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้นวัตกรรมการตรวจเศษซาก RNA ของไวรัสในน้ำเสียเพื่อการเตือนภัยการระบาดของโควิด-19 ในชุมชนสามารถเตือนภัยล่วงหน้าได้ 22 วันสำหรับสายพันธ์เดลต้า และ 8 วันสำหรับสายพันธ์โอมิครอนเมื่อเทียบกับการตรวจ ATK หรือ RT-qPCR รายบุคคล ทำให้เทศบาลนครยะลาค้นพบผู้ติดเชื้อได้รวดเร็วกว่าในอดีตมาก

การนำไปใช้ประโยชน์ :

1. การตรวจเศษซาก RNA ของไวรัสในน้ำเสียของเทศบาลนครยะลา 33 จุดเพื่อชี้เป้าก่อนจัดทีมตรวจ ATK เชิงรุกทำให้สามารถลดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ลงเหลือศูนย์ในช่วงการระบาดของสายพันธ์เดลต้าและสายพันธ์โอมิครอนโดยใช้ระยะเวลาดำเนินการแค่ประมาณ 2 เดือน สู่สภาวะผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์

2. การตรวจเศษซาก RNA ของไวรัสในน้ำเสียของโรงเรียนเทศบาล 7 แห่ง ทำให้โรงเรียนเทศบาลสามารถเปิดสอนนักเรียนแบบ Onsite ได้จนถึงการสอบปลายภาคเทอมที่ 2 ปี 2565 ได้ด้วยการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าการระบาด และการตรวจ ATK เชิงรุกเพื่อการคัดแยกนักเรียนที่ติดเชื้อออกมาและการรักษา

3. นำเสนอเป็นทางเลือกแก่เทศบาลนครของจังหวัดภาคใต้อื่นๆ และอาคารสาธารณะสำคัญ เช่น โรงเรียน โรงงาน เรือนจำ และบ้านพักคนชราเฝ้าระวังการติดเชื้อโควิด-19 ในอาคารหรือชุมชนทดแทนการสุ่มตรวจเป็นประจำตามมาตรการ Covid-Free Setting ซึ่งจะลดงบประมาณการเฝ้าระวังได้ประมาณ 65-80%

4.ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดขึ้นแล้วจริงในเทศบาลนครยะลาถือเป็นระดับ High (>30 เท่า) แม้จะยังไม่ได้ประเมินมูลค่าของผลกระทบออกมาเป็นตัวเงิน แต่ก็สามารถเห็นผลกระทบต่อสังคมที่เป็นรูปธรรมได้คือทำให้สามารถจัดงานเทศกาลสำคัญ เช่นเทศกาลปีใหม่ปี 2565, เทศกาลสงกรานต์ปี 2565, และเทศกาลฮารีรายอปี 2565 ที่มีประชาชนรวมตัวกันหนาแน่นและกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมากโดยไม่ต้องกังวลการระบาดของโควิด-19 ที่จะเพิ่มขึ้นหลังเทศกาล โดยใช้ผลการเก็บตัวอย่าง RNA ของไวรัสในน้ำเสียเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการตัดสินใจโดยนายกเทศมนตรี



วันที่เผยแพร่ : -
เผยแพร่โดย : Piroonruk Art-han (แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 22 กรกฎาคม,2565)
จำนวนครั้งที่อ่าน : 12 ครั้ง

ผลงานวิจัยโดย

ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์

ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์

หน่วยงาน : มหาวิทยาลัยนเรศวร
เบอร์ติดต่อ : -
อีเมล : -