การถอดรหัสพันธุกรรม และระบาดวิทยา

  • หน้าแรก
  • การถอดรหัสพันธุกรรม และระบาดวิทยา

การเฝ้าระวังเชิงรุก และ การเตือนภัย (3-14 วัน) ล่วงหน้าจากการแพร่เชื้อ SARS-CoV-2 ในสถานที่สุ่มเสี่ยงและชุมชนในภาคเหนือด้วยการหาสารพันธุกรรมของไวรัสในน้ำเสียโสโครก โดย วิธี Loop Mediated Isothermal Amplification (LAMP) Assays

16 กรกฎาคม,2565 | Piroonruk Art-han

ชื่อผลงาน : ระบบเตือนภัยการระบาดของโควิด-19 ในอาคารสาธารณะและชุมชนล่วงหน้า 2 สัปดาห์โดยใช้เศษซาก RNA ของไวรัสในน้ำเสียชุมชนเป็นตัวชี้วัด

ที่มาและความสำคัญของโครงการ :

จุดอ่อนการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ของไทยคือเน้นการตรวจรายบุคคลด้วย ATK ซึ่งเป็นมาตรการเชิงรับ กล่าวคือกว่าจะมีอาการและถูกตรวจพบก็แพร่เชื้อต่อโดยไม่รู้ตัวไปแล้วกว่า 5 วัน ทำให้เกิดการระบาดในวงกว้างได้ งานวิจัยนี้ใช้การตรวจเศษซาก RNA ของไวรัสในน้ำเสียโสโครกจากอาคารสาธารณะและจากชุมชนเพื่อชี้เป้าการติดเชื้อระดับอาคารและชุมชนตั้งแต่วันแรกที่ติดเชื้อ โดยใช้ 1 ตัวอย่างน้ำเสียเฝ้าระวังทุกคนในอาคารหรือชุมชน ทำให้สามารถชี้เป้าเพื่อดำเนินมาตรการตรวจเชิงรุกเพื่อคัดแยกผู้ติดเชื้อออกมารักษาได้ในทันทีโดยไม่ทำให้เกิดการระบาดเพิ่มเติม

ผลผลิตจากงานวิจัย :

โครงการวิจัยนี้พัฒนานวัตกรรมใช้ RT-qPCR ตรวจสารพันธุกรรมไวรัสในน้ำเสียเพื่อการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโควิด-19 ในชุมชนเชิงรุก และพัฒนาระบบการนำผลการวิจัยไปแจ้งเตือนภัยจากการระบาดล่วงหน้าในระดับจังหวัดและเทศบาล ผลการดำเนินการที่จังหวัดพิษณุโลกและนครสวรรค์นำมาสู่การเตือนภัยการระบาดของโควิด-19 ในชุมชนล่วงหน้าได้ 22 วันสำหรับสายพันธ์เดลต้า และ 8 วันสำหรับสายพันธ์โอมิครอนเมื่อเทียบกับการตรวจ ATK หรือ RT-qPCR รายบุคคล ทำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบสามารถดำเนินมาตรการควบคุมโรคได้ดียิ่งขึ้น เพราะรู้ล่วงหน้าก่อนการระบาดแพร่กระจายไปมาก

การนำไปใช้ประโยชน์ :

จากการดำเนินการร่วมกันระหว่างคณะวิจัยและคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิษณุโลกพบว่าการใช้ผลงานวิจัยไปเตือนภัยล่วงหน้าร่วมกับการดำเนินมาตรการเชิงรุกทำให้ลดการระบาดลงได้ถึง 16 เท่า (ในช่วง 21 ต.ค. ถึง 28 พ.ย. 64) ลดผู้ติดเชื้อได้ 8,583 คน และลดผู้เสียชีวิตได้ 90 คน เมื่อเทียบกับการไม่ดำเนินมาตรการเชิงรุกใดเลย สำหรับจังหวัดนครสวรรค์ การดำเนินการในลักษณะเดียวกัน สามารถลดการระบาดลงได้ถึง 40 เท่า (ในช่วง 28 พ.ย. ถึง 30 ต.ค. 64) ลดผู้ติดเชื้อได้ 11,617 คน และ ลดผู้เสียชีวิตได้ 232 คน นอกจากนี้ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิษณุโลกนำผลการวิจัยไปใช้เตือนภัยและกระตุ้นการฉีดวัคซีนเข็ม 3 เพื่อลดความรุนแรงของสายพันธ์โอมิครอน ทำให้มีผู้มาฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น 20,788 คน ลดโอกาสป่วยรุนแรงได้ 28 คน และลดโอกาสเสียชีวิตไปได้ 10 คน



วันที่เผยแพร่ : -
เผยแพร่โดย : Piroonruk Art-han (แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 16 กรกฎาคม,2565)
จำนวนครั้งที่อ่าน : 12 ครั้ง

ผลงานวิจัยโดย

ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์

ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์

หน่วยงาน : มหาวิทยาลัยนเรศวร
เบอร์ติดต่อ : -
อีเมล : -