การวิจัยเพื่อลดผลกระทบด้าน เศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข และการศึกษา

  • หน้าแรก
  • การวิจัยเพื่อลดผลกระทบด้าน เศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข และการศึกษา

การสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจต่อแรงงานที่เคลื่อนย้ายกลับสู่ท้องถิ่นในภาคธุรกิจท่องเที่ยวและบริการภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง

08 มีนาคม,2565 | Piroonruk Art-han

ผลกระทบและการปรับตัว (Resilience) ของผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและธุรกิจร้านอาหารช่วงโควิด-19: วิเคราะห์จากหลักคิด Outside-In

ชื่อผลงาน : ผลกระทบและการปรับตัว (Resilience) ของผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและธุรกิจร้านอาหารช่วงโควิด-19: วิเคราะห์จากหลักคิด Outside-In

ที่มาและความสำคัญของโครงการ :

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา-19 (โควิด-19) ทำให้หลายประเทศรวมทั้งประเทศไทย ต้องออกมาตรการปิดเมือง-ปิดประเทศ (Lockdown) เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ทำให้เกิดการหยุดชะงักอย่างฉับพลันของเศรษฐกิจทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน รายได้และการดำเนินชีวิตของประชาชน เป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเลื่อนหรือยกเลิกแผนการเดินทางทั้งหมด ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจภาคบริการขาดรายได้อย่างฉับพลัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคบริการที่เป็นตัวขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศมาตลอด 20 ปี โดยมีสัดส่วนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) ถึงร้อยละ 60 (ในปีพ.ศ. 2561) โดยที่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวซึ่งอยู่ภายใต้โครงสร้างธุรกิจภาคบริการ มีสัดส่วนถึงร้อยละ 20 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ โดยมากอยู่ที่จังหวัดสำคัญ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และชลบุรี โดยทั้ง 3 จังหวัดสามารถทำรายได้จากภาคธุรกิจท่องเที่ยวให้แก่ประเทศ คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 65 ของรายได้ท่องเที่ยวทั่วประเทศ ภาคธุรกิจท่องเที่ยวมีการจ้างงานถึง 8.3 ล้านตำแหน่งในปี พ.ศ. 2562 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจโรงแรมและภัตตาคารถือเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญและมีการจ้างแรงงานเป็นอันดับต้น ๆ ในภาคธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ในระลอกที่ 3 ตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2564 พบว่า ภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาภาคธุรกิจโรงแรมและภัตตาคารน้อยมาก หลังได้รับผลกระทบจากคำสั่งของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและภัตตาคารต้องปิดกิจการชั่วคราว สาเหตุมาจากการได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกแรก ซึ่งช่วยประคองธุรกิจโรงแรมฝ่าวิกฤติและรักษาการจ้างงานเอาไว้ได้ ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจจำเป็นต้องมี “ภูมิคุ้มกันที่ดี” ในการปรับตัวในช่วงความไม่แน่นอนที่เกิดจากวิกฤติการณ์โควิด ด้วยเหตุนี้เอง โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงแนวคิด “การมีภูมิคุ้มกันที่ดี” ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของผู้ประกอบการในภาคธุรกิจท่องเที่ยวและบริการในช่วงภาวะวิกฤติการณ์โควิด-19

ผลผลิตจากงานวิจัย :

จากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและภัตตาคารทั้งหมด 69 แห่ง (ธุรกิจโรงแรม 36 แห่ง และ ร้านอาหาร 33 แห่ง) ใน 4 จังหวัดคือ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี เชียงใหม่ และ ภูเก็ต พบว่า ผู้ประกอบการธุรกิจควรจะต้องปรับตัวในการเตรียมความพร้อมและรับมือกับความผันผวนที่เกิดจากวิกฤติ โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้าน คือ 1) การหารายได้และลดค่าใช้จ่าย ยกตัวอย่าง ธุรกิจภัตตาคารจะต้องปรับตัวโดยการนำเทคโนโลยีมาส่งเสริมการขายผ่านการตลาดออนไลน์ อาทิ แอปพลิเคชันสั่งอาหาร (Food Delivery Application) รวมถึงการเสนอบริการจัดส่งและซื้อกลับบ้าน (Takeaway) ในขณะที่ธุรกิจโรงแรมต้องปรับตัวมาใช้เทคโนโลยี อาทิ สื่อสังคม (Social Media) และ การวิเคราะห์ข้อมูล (Data) ของลูกค้าในการทำการตลาด รวมถึง การนำเสนอการขายห้องพักแบบ “การพักผ่อนอยู่บ้าน” (Staycation)  ซึ่งจะเป็นการเพิ่มรายได้ในช่วงมาตรการล็อกดาวน์ รวมทั้ง ธุรกิจจำเป็นต้องมีการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นรวมถึงการใช้จ่ายอย่างประหยัด เช่น การบริหารจัดการพลังงานในการใช้ไฟ การใช้อุปกรณ์แบบประหยัดพลังงาน การสั่งซื้อวัตถุดิบอย่างพอประมาณ 2) การจัดการภายในองค์กร ในช่วงการระบาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจโรงแรมจำเป็นต้องมีการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่และกระบวนการปฏิบัติงานใหม่ ก่อให้เกิดนวัตกรรมที่เกี่ยวกับองค์กรและทำให้องค์กรสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่าง การเปลี่ยนแผนการปฏิบัติงานใหม่ การปรับเปลี่ยนการสื่อสารภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพ โดยทั้งหมดนี้จะส่งผลให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง อาทิ ลูกค้า ผู้ประกอบการธุรกิจ เกิดความพึงพอใจ โดยจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของเรื่องต้นทุน รวมถึงการบริหารงานบุคคลแบบครอบครัวผ่านการสร้างทักษะให้แก่แรงงานซึ่งจะทำให้พวกเขามีความสามารถในการทำงานที่หลากหลาย (Multi-skilling) โดยจะเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และความสามารถในการแข่งขัน คุณภาพ การผลิต และสมรรถนะ ในช่วงสถานการณ์ที่ธุรกิจจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงาน การที่องค์กรมีพนักงานที่มีทักษะในการทำงานที่หลากหลายจะทำให้องค์กรมีภูมิคุ้มกันและสามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่อนที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาอันเนื่องมาจากวิกฤติโควิด 3) อาชีวะอนามัยและความปลอดภัย วิกฤติโควิดได้สร้างความกังวลใจให้แก่ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ รวมถึงยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการมาใช้บริการลดลง ดังนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจจำเป็นต้องมีการรักษาความสะอาด สุขภาพอนามัย ความปลอดภัยของสถานที่และสินค้าบริการ มาตรฐานการรักษาความสะอาดของพนักงานและการที่ลูกค้าเข้ามาใช้บริการอยู่ตลอดเวลา เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการรวมถึงพนักงานผู้ให้บริการด้วย

การนำไปใช้ประโยชน์ :

งานวิจัยได้ถูกนำไปใช้โดยได้มีการเผยแพร่และตีพิมพ์ลงในคอลัมน์ “แจงสี่เบี้ย” หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ (มีผู้อ่าน 8,700 คน) บทความที่ตีพิมพ์ในเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงวารสารรายเดือนของหอการค้าญี่ปุ่น-ไทย (โดยจะถูกแปลเป็นภาษาญี่ปุ่น)



วันที่เผยแพร่ : -
เผยแพร่โดย : Piroonruk Art-han (แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 09 มีนาคม,2565)
จำนวนครั้งที่อ่าน : 111 ครั้ง

ผลงานวิจัยโดย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เจริญชัย เอกมาไพศาล

หน่วยงาน : คณะการจัดการการท่องเที่ยว สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
เบอร์ติดต่อ : -
อีเมล : -