การถอดรหัสพันธุกรรม และระบาดวิทยา

  • หน้าแรก
  • การถอดรหัสพันธุกรรม และระบาดวิทยา

การศึกษาพัฒนาการตรวจวินิจฉัยจำแนกสายพันธุ์ย่อยอังกฤษ (B.1.1.7) สายพันธุ์แอฟริกาใต้ (B.1.351) สายพันธุ์บราซิล (P.1) และการตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่ยังสามารถเพิ่มจำนวนได้

07 มีนาคม,2565 | Piroonruk Art-han

ชุดตรวจแยกสายพันธุ์ของเชื้อโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019

ชื่อผลงาน : ชุดตรวจแยกสายพันธุ์ของเชื้อโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019

ที่มาและความสำคัญของโครงการ :

ปัจจุบันทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับสายพันธุ์ย่อยของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ได้แก่ สายพันธุ์ย่อยอังกฤษ (B.1.1.7/แอลฟา) สายพันธุ์แอฟริกาใต้ (B.1.351/เบตา) สายพันธุ์บราซิล (P.1/แกมมา) โดยสายพันธุ์ย่อยอังกฤษหรือมีชื่อเรียกว่า 20I/501Y.V1, VOC 202012/01 หรือ B.1.1.7 เกิดขึ้นจากการเกิดการกลายพันธุ์หลายตำแหน่งในสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัส สายพันธุ์นี้พบได้ทั่วโลกรวมถึงสหรัฐอเมริกา มีรายงานการศึกษาพบว่าสายพันธุ์อังกฤษนี้อาจเกี่ยวข้องกับการเพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับสายพันธุ์อื่นๆ สายพันธุ์แอฟริกาใต้หรือมีชื่อเรียกว่า 20H/501Y.V2 หรือ B.1.351 เป็นสายพันธุ์ที่แชร์การกลายพันธุ์บางตำแหน่งเหมือนกันกับสายพันธุ์อังกฤษ โดยพบสายพันธุ์นี้ที่หลายประเทศในแถบแอฟริกาใต้ และสายพันธุ์บราซิล หรือมีชื่อเรียกว่า P.1 ถูกพบครั้งแรกจากนักท่องเที่ยวบราซิลจำนวน 4 ราย ที่เดินทางมาที่เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สายพันธุ์บราซิลมีการกลายพันธุ์ทั้งสิ้น 17 ตำแหน่งที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงมี 3 ตำแหน่งที่อยู่ที่บริเวณ RBD ในโปรตีน Spike ดังนั้น โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการตรวจวินิจฉัย ให้สามารถจำแนกสายพันธุ์ย่อยอังกฤษ (B.1.1.7) สายพันธุ์แอฟริกาใต้ (B.1.351) สายพันธุ์บราซิล (P.1) รวมถึงสายพันธุ์อินเดีย (เดลตา) และสายพันธุ์โอมิครอนของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 จากผู้ป่วยโรค Covid-19 ที่เป็นสาเหตุในการระบาดในปัจจุบันนี้ ที่พบในประเทศไทยได้อย่างรวดเร็ว โดยพัฒนาเทคนิคโมเลกุล (Molecular technique) ได้แก่ RT-PCR และ multiplex one-step real-time RT-PCR ซึ่งสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ Real-time RT-PCR สามารถทำให้รู้ผลอย่างรวดเร็ว และบ่งบอกสายพันธุ์ได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ นอกจากนี้องค์ความรู้ที่ได้จะสามารถนำไปถ่ายทอดให้กับองค์กรผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจจำแนกสายพันธุ์ย่อยของเชื้อ เพื่อเป็นการนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด

ผลผลิตจากงานวิจัย :

งานวิจัยนี้ได้พัฒนาวิธีการตรวจวินิจฉัยการแยกสายพันธุ์ย่อยของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ได้แก่ สายพันธุ์ย่อยอังกฤษ (B.1.1.7/แอลฟา) สายพันธุ์แอฟริกาใต้ (B.1.351/เบตา) สายพันธุ์บราซิล (P.1/แกมมา) รวมถึงสายพันธุ์อินเดีย (แอลฟา) และสายพันธุ์โอมิครอน โดยใช้เทคโนโลยี multiplex one-step real-time RT-PCR ที่มีความไวสูงและเฉพาะเจาะจงสามารถตรวจแยกสายพันธุ์ย่อยต่างๆ โดยการออกแบบ probe ที่จำเพาะในส่วนของยีน spike การทดสอบเพื่อแยกสายพันธุ์นี้ใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการแยกสายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เบื้องต้นได้ เนื่องด้วยมีประสิทธิภาพในการตรวจที่ดี นอกจากนี้ ในการตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เพื่อทำการแยกว่า RNA ที่ตรวจพบนั้นเป็น replicative RNA หรือไม่ โดยอาศัยหลักการตรวจด้วย real-time RT-PCR ในส่วนของ subgenomic E gene โดยใช้ไพรเมอร์และโพรบ ทางคณะผู้วิจัยได้ทำการตรวจหา subgenomic ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 จำนวนทั้งสิ้น 177 ตัวอย่าง เมื่อทำการวิเคราะห์ค่า Correlation ระหว่างค่า Ct ของ E gene และ subgenomic E gene และงานวิจัยนี้ได้ทำการวิเคราะห์ลักษณะทางพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ศึกษาพลวัตรการระบาด การกลายพันธุ์ การเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เพื่อเป็นการติดตามและเฝ้าระวังการกลายพันธุ์ที่อาจเกิดขึ้นในการระบาดในประเทศไทย รวมทั้งสายพันธุ์ที่อาจเกิดความรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

การนำไปใช้ประโยชน์  :

วิธีการตรวจวินิจฉัยการแยกสายพันธุ์ย่อยของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 สามารถตรวจแยกสายพันธุ์ย่อยที่ระบาดอยู่ในปัจจุบันนี้ได้ ได้แก่ สายพันธุ์โอมิครอน และสายพันธุ์เดลต้า ซึ่งได้มีการนำวิธีการตรวจไปใช้ในการตรวจคัดแยกสายพันธุ์สำหรับโรงพยาบาลต่างๆ ได้แก่ โรงพยาบาลปิยะเวท และโรงพยาบาลในเครือบางปะกอก



วันที่เผยแพร่ :
เผยแพร่โดย : Piroonruk Art-han (แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 08 มีนาคม,2565)
จำนวนครั้งที่อ่าน : 81 ครั้ง

ผลงานวิจัยโดย

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ

หน่วยงาน : ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เบอร์ติดต่อ : -
อีเมล : -