การวิจัยเพื่อลดผลกระทบด้าน เศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข และการศึกษา

  • หน้าแรก
  • การวิจัยเพื่อลดผลกระทบด้าน เศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข และการศึกษา

การศึกษาพฤติกรรมการปรับตัวของผู้เข้ารับบริการร้านอาหารสำหรับออกแบบและพัฒนาต้นแบบร้านอาหารวิถีใหม่ในสังคมเปลี่ยนแปลง (New Normal) เพื่อสร้างมาตรฐานของการเสริมสร้างสุขอนามัยที่ดีให้ร้านอาหาร

08 มีนาคม,2565 | Piroonruk Art-han

ต้นแบบร้านอาหารวิถีใหม่ในสังคมเปลี่ยนแปลง (New Normal)

ชื่อผลงาน : ต้นแบบร้านอาหารวิถีใหม่ในสังคมเปลี่ยนแปลง (New Normal)

ที่มาและความสำคัญของโครงการ :

ประเทศไทยประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 หมายความว่าโรคโควิด-19 เป็นโรคติดต่อร้ายแรงลำดับที่ 14 ของประเทศไทยที่ต้องมีการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคอย่างเข้มงวด และมีบทลงโทษตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนในทุกๆ ด้าน และทำให้เกิดภาวะปกติแบบใหม่ หรือ นิวนอร์มอล (New Normal) จากการที่เราต้องหลีกเลี่ยงการพบปะผู้คน การอยู่ในพื้นที่แออัด รวมถึงระมัดระวังการสัมผัสพื้นผิว หรือสิ่งของสาธารณะต่าง ๆ ร่วมกับคนอื่น

ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. มีมาตรการผ่อนปรนกิจการบางประเภท อย่างตลาดและธุรกิจร้านอาหาร ให้เปิดบริการได้อีกครั้งในวันที่ 3 พ.ค. หลังจากสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 เริ่มดีขึ้น โดยมีเงื่อนไขชัดเจนในการเปิดเมืองครั้งนี้ว่า ทางร้านต้องจัดพื้นที่ในร้านใหม่ ทั้งส่วนประกอบอาหาร ไปจนถึงที่นั่งรับประทานอาหาร ให้มีการเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social distance มากขึ้น เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมาเราปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าทั้งตลาดและร้านอาหารล้วนเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายและติดเชื้อโรค ทั้งจากสภาพความเบียดเสียด แออัด บวกกับพฤติกรรมการกิน โดยเฉพาะการสัมผัสอาหารระหว่างกิน

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม กล่าวว่า วิกฤตนี้มีผลกระทบต่อคนไทยต้องปรับตัวท่ามกลางการระบาดอย่างมีหลักยึด ถูกบีบให้ต้องป้องกันตัวเองจากมาตรการทางกฎหมายไม่ทางตรงก็ทางอ้อมอย่างเคร่งครัด เช่น ควรเว้นระยะห่างอย่าง 1 เมตร ระหว่างรอคิว ยิ่งในกรณีที่เป็นร้านอาหาร หรือตลาด อาจกำหนดจำนวนคนให้เหมาะสม ป้องกันความหนาแน่นของคนในร้าน โดยอาจเปิดเป็นรอบๆ ให้ลูกค้าเข้ามาก็ได้ ระหว่างการปรุงอาหาร คนปรุงอาหาร ต้องแยกช้อน เป็น 3 ช้อน คือ ช้อนชิม ช้อนตัก และช้อนตวง โดยแยก ช้อนชิม และไม่ใช้ตักอาหารโดยตรง ควรมี ช้อนกลาง ตักอาหารมาใส่ช้อนชิม หรือถ้าจะให้ดี ให้ใช้ช้อนชิมที่ใช้ครั้งเดียว

การเว้นระยะห่างทางสังคมแค่ไหนจึงปลอดภัย ระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing เป็นมาตรการที่หน่วยงานสุขภาพทั่วโลกได้เริ่มนำมาใช้ เพื่อช่วยลดจำนวนผู้ป่วยจากการระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส (COVID-19) ในปี 2020 โควิด-19 ไม่ใช่โรคระบาดแรกที่เกิดขึ้นในโลก นับตั้งแต่อดีตมีโรคติดเชื้อที่คร่าชีวิตประชากรโลกไปแล้วมากมาย แต่โควิด-19 เป็นโรคที่เกิดขึ้นใหม่ อัตราการติดเชื้อรวดเร็ว มีอัตราผู้เสียชีวิตสูง และยังไม่มีวัคซีนกับยาป้องกันโดยตรง โดยปัจจุบันนี้มีจำนวนผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 345,000 คน และยอดผู้ติดเชื้อกว่า 5 ล้านคน ทำให้ทั่วโลกต้องเตรียมความพร้อมรับมือโควิด-19

ในปี 2006 เคยมีการศึกษาในสหราชอาณาจักรเกี่ยวกับการออกแบบระยะห่างทางสังคมเพื่อลดการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ ในกลุ่มเด็กนักเรียน, วัยรุ่น และผู้ใหญ่วัยทำงาน ได้ผลสรุปว่า หากใช้การเว้นระยะห่างทางสังคมจะช่วยลดการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ได้โดยไม่ใช้วัคซีน หรือยาไข้หวัดใหญ่ที่ใช้ศึกษาในการทดลองนี้ เป็นสายพันธุ์ที่พบการติดเชื้อในเด็ก และวัยรุ่นสูง รองลงมาคือผู้ใหญ่ที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กหรือคนในบ้านเดียวกันในกลุ่มผู้ใกล้ชิดเด็กและวัยรุ่น ซึ่งสอดคล้องกับการติดเชื้อโควิด-19 เพราะมีรูปแบบการติดต่อทางเดินหายใจเช่นกัน ดังนั้น สาธารณสุขทั่วโลก รวมถึงสภากาชาดหลายประเทศได้นำการเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing นี้มาใช้ปฏิบัติ เพื่อหวังลดจำนวนผู้ติดเชื้อท่ามกลางการออกไปใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ แม้ว่าการเว้นระยะห่างทางสังคมจะถูกใช้กันมาสักพักแล้ว โดยแต่ละพื้นที่ แต่ละสังคมก็เว้นระยะห่างไม่เหมือนกัน แต่หลักสำคัญก็คือไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไร ควรอยู่ห่างจากผู้อื่น 1-2 เมตร เพื่อลดโอกาสรับละอองฝอยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ นอกจากโควิด-19 แล้ว หากทุกคนเว้นระยะห่างทางสังคมได้อย่างต่อเนื่อง ก็คาดว่าจะลดโอกาสติดเชื้อโรคติดต่อทางเดินหายใจอื่น ๆ แม้ว่าเริ่มต้นสิ่งเหล่านี้จะเป็น New Normal

ร้านอาหารก็เป็นอีกธุรกิจสำคัญที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤติไวรัสโคโรน่า หลังวิกฤตนอกจากต้องปรับตัวปรับรูปแบบการให้บริการแล้ว การออกแบบตกแต่งภายก็ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพื้นที่ใช้งานให้เหมาะสมตามมาตรการของรัฐ นอกจากนั้น เพื่อสร้าง New normal เพราะสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 มีแนวโน้มยืดเยื้อออกไปและอาจอุบัติซ้ำในอนาคต แหล่งอาหารของเมืองทุกรูปแบบจึงจำเป็นต้องออกแบบใหม่ เพื่อให้รับกับสภาพแวดล้อมแบบ “ปิดๆ เปิดๆ” และเอื้อให้ผู้ประกอบกิจการด้านอาหารและกลุ่มผู้ค้าหาบเร่แผงลอย ในฐานะผู้ผลิตอาหารและผู้กระตุ้นเศรษฐกิจของเมืองสามารถหารายได้เลี้ยงชีพได้ใกล้เคียงปกติ ผู้วิจัยจึงมีแนวคิดใน การศึกษาพฤติกรรมการปรับตัวของผู้เข้ารับบริการร้านอาหารสำหรับออกแบบและพัฒนาต้นแบบร้านอาหารวิถีใหม่ในสังคมเปลี่ยนแปลง (New Normal) เพื่อสร้างมาตรฐานของการเสริมสร้างสุขอนามัยที่ดีให้ร้านอาหาร

ผลผลิตจากงานวิจัย :

ต้นแบบมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติสาธารณะเสริมสร้างสุขอนามัยที่ดี ในร้านอาหารสำหรับวิถีใหม่ในสังคมเปลี่ยนแปลง (New Normal) ที่มีความปลอดภัยด้านสุขภาพในการลดโรคติดต่อ(Covid) ได้เป็นรูปธรรม โดยมีการออกแบบและพัฒนาผังการจัดการพื้นที่ใช้สอย ผังการจัดโซน (Zoning) และรูปแบบการสัญจรภายในร้านอาหารที่มีความชัดเจนสำหรับคัดกรองผู้เข้ารับบริการ และเป็นไปตามมาตรการการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) และมาตรฐานสุขาภิบาลอาหารเพื่อลดปัญหาการกระจายของเชื้อโรค ตลอดจนการออกแบบอุปกรณ์เสริมสร้างสุขอนามัยภายในร้านอาหาร (Furniture Lay-out) โดยคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสุขภาพในการลดโรคติดต่อ(Covid) และเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในการเข้ารับบริการรวมถึงการออกแบบและพัฒนาระบบการหมุนเวียนและถ่ายเทอากาศภายในร้านอาหารระบบปิดและระบบเปิด

การนำไปใช้ประโยชน์ :

มีการนำแนวทางการปรับปรุงต้นแบบแนวทางการพัฒนาต้นแบบผังการจัดรูปแบบภายในร้านอาหาร ไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติปรับปรุงร้านอาหารต่างๆ ให้เป็นไปตามมาตรการการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) และมาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร ที่มีความปลอดภัยด้านสุขภาพในแง่การลดโรคติดต่อ (Covid) ได้เป็นรูปธรรม ส่งผลต่อการเกิดร้านอาหารวิถีใหม่สามารถลดความเสี่ยงติดเชื้อก่อโรค รองรับวิถีใหม่ในสังคมเปลี่ยนแปลง (New Normal) เสริมสร้างสุขอนามัยที่ดีในระยะยาว อีกทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการเข้ามาใช้บริการร้านอาหารวิถีใหม่ เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเข้ารับบริการร้านอาหารที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น โดยก่อเกิดแนวทางปฏิบัติสาธารณะ คือมีพฤติกรรมการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ที่เป็นไปตามมาตราการเว้นระยะห่างทางสังคม(Social Distancing) และมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข



วันที่เผยแพร่ : -
เผยแพร่โดย : Piroonruk Art-han (แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 09 มีนาคม,2565)
จำนวนครั้งที่อ่าน : 68 ครั้ง

ผลงานวิจัยโดย

นายศรัณยู  สว่างเมฆ

หน่วยงาน : สาขาวิชาสถาปัตยกรรม  คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
เบอร์ติดต่อ : -
อีเมล : -