วัคซีนโควิด -19 และการบริหารจัดการ

  • หน้าแรก
  • วัคซีนโควิด -19 และการบริหารจัดการ

การศึกษาความปลอดภัยและการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันหลังได้รับวัคซีนโควิด-19 ในสตรีตั้งครรภ์

18 กรกฎาคม,2565 | Piroonruk Art-han

ชื่อผลงาน : การศึกษาความปลอดภัยและการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันหลังได้รับวัคซีนโควิด-19 ในสตรีตั้งครรภ์

ที่มาและความสำคัญของโครงการ :

การศึกษาข้อมูลประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการใช้วัคซีนโควิด-19 ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มประชากรทั่วไป ซึ่งไม่มีสตรีตั้งครรภ์เข้าร่วมโครงการ ทั้งที่สตรีตั้งครรภ์ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงซึ่งหากติดเชื้อแล้ว โรคจะมีความรุนแรงกว่าคนทั่วไป ดังนั้น สตรีตั้งครรภ์จึงควรได้รับโอกาสในการป้องกันโรคโควิด-19 ด้วยวัคซีน

เพื่อให้มีข้อมูลการใช้วัคซีนในสตรีตั้งครรภ์ในประเทศไทยมากขึ้น ทีมวิจัยจึงสนใจทำการศึกษาอาการไม่พึงประสงค์ และระดับภูมิคุ้มกันจากการได้รับวัคซีนโควิด-19 ในสตรีตั้งครรภ์ ในวัคซีนทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ วัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า วัคซีนยี่ห้อซิโนแวค และวัคซีนของไฟเซอร์ ซึ่งเป็นวัคซีนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในประเทศไทยในขณะนี้ เพื่อเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับสตรีตั้งครรภ์ที่จะได้รับวัคซีนโควิด-19 ต่อไป

ผลผลิตจากงานวิจัย :

ตามที่วางแผนไว้ (ได้รับอนุมัติ) 165 คน มีผู้เข้าร่วมการวิจัยที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก ณ ปัจจุบัน 152 คน ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเข้าของโครงการจะถูกสุ่มรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 จำนวน 2 เข็ม โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่1 จะได้รับวัคซีน ChAdOx1/ChAdOx1 กลุ่มที่ 2 จะได้รับวัคซีน CoronaVac /AstraZeneca และกลุ่มที่ 3 จะได้รับวัคซีน BNT162b2/BNT162b2 แต่เนื่องจาก ขณะดำเนินการวิจัยกรมควบคุมโรคได้กระกาศรณรงค์ให้สตรีตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ได้รับวัคซีนโควิด-19 เป็นวัคซีน BNT162b2 จำนวน 2 เข็ม รวมทั้งจากข้อมูลการศึกษาที่เพิ่มมากขึ้น โครงการวิจัยจึงปรับกลุ่มวัคซีนในโครงการให้ได้รับเข็มสองเป็นวัคซีน BNT162b2 โดยเปิดโอกาสให้อาสาสมัครกลุ่มที่ 1 และ 2 ซึ่งเข้าร่วมโครงการก่อนวันที่ 23 สิงหาคม 2564 สามารถเลือกรับวัคซีนเข็มที่สองได้ ระหว่าง ChAdOx1 และ BNT162b2

การนำไปใช้ประโยชน์ :

ทำให้ได้ทราบถึงผลการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน และอาการไม่พึงประสงค์ในสตรีตั้งครรภ์หลังจากได้รับวัคซีนโควิด-19 รวมทั้งทำให้ทราบระดับแอนติบอดีต่อเชื้อ SARS-CoV-2 ของทารกแรกคลอดจากมารดาที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ในระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการให้วัคซีนโควิด-19 ในหญิงตังครรภ์ และอาจช่วยกำหนดระยะเวลาที่เหมาะสมในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของหญิงตั้งครรภ์ รวมทั้งใช้ในการสร้างความมั่นใจในการฉีดวัคซีนให้แก่หญิงตั้งครรภ์อีกด้วย



วันที่เผยแพร่ : -
เผยแพร่โดย : Piroonruk Art-han (แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 18 กรกฎาคม,2565)
จำนวนครั้งที่อ่าน : 12 ครั้ง

ผลงานวิจัยโดย

รศ.พญ.เจนจิต ฉายะจินดา

หน่วยงาน : มหาวิทยาลัยมหิดล
เบอร์ติดต่อ : -
อีเมล : -