วัคซีนโควิด -19 และการบริหารจัดการ

  • หน้าแรก
  • วัคซีนโควิด -19 และการบริหารจัดการ

การพัฒนาและประเมินความสามารถของ recombinant lactobacilli ที่มีการแสดงออกของโปรตีน spike บนผิวเซลล์ ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อไวรัส SARS-CoV2

18 กรกฎาคม,2565 | Piroonruk Art-han

ชื่อผลงาน : Mucosal vaccine for SARS-CoV2 immunization

ที่มาและความสำคัญของโครงการ :

การผลิตวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อโรคติดเชื้อ SARS-CoV2 เชื้อก่อโรคโควิด19 ซึ่งเป็นโรคติดเชื้ออุบัติใหม่นั้นต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายประการเช่น ความปลอดภัยของวัคซีน เทคโนโลยีที่สามารถผลิตวัคซีนให้ได้ปริมาณมากพอต่อความต้องการของประชากร เนื่องจากมีความจำเป็นต้องสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ก่อนที่เชื้อจะแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง และภูมิคุ้มกันที่สร้างขึ้นควรเป็นภูมิคุ้มกันเยื่อเมือก เนื่องจากไวรัสรุกรานร่างกายเข้ามาทางระบบทางเดินหายใจเป็นหลัก ดังนั้นวัคซีนควรเป็นรูปแบบที่ให้ผ่านทาง mucus membrane หรือระบบเยื่อเมือก ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการสร้าง protective antibody ชนิด IgA ที่ช่วยลบล้างฤทธิ์ของอนุภาคไวรัสที่ผ่านเข้ามาทางระบบเยื่อเมือกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการประยุกต์ใช้จุลินทรีย์โปรไบโอติกหรือกลุ่ม Lactic Acid Bacteria (LAB) มาผลิตชิ้นส่วนแอนติเจนที่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันผ่านทางการกินเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากกลุ่ม LAB เป็นเชื้อที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ทางด้านสุขภาพอย่างแพร่หลาย เป็นโปรไบโอติกเพื่อเสริมสร้างสุขภาพของลำไส้ จุลินทรีย์กลุ่มนี้สามารถสร้างสารที่เป็นประโยชน์หลากหลายชนิดออกมาภายนอกเซลล์ ดังนั้นงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา mucosal vaccine โดยการผลิต recombinant LAB โดยใช้จุลินทรีย์ LAB สายพันธุ์ที่ปลอดภัยและมีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่าง ๆ มี probiotic effect และสามารถบรรจุชิ้นส่วนยีนที่สามารถสร้างโปรตีนของไวรัสเพื่อแสดงออกได้ที่ผิวเซลล์หรือปล่อยออกนอกเซลล์ของจุลินทรีย์เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายแบบ Adaptive immune responses ต่อการติดเชื้อ

ผลผลิตจากงานวิจัย :

ได้ recombinant Lactiac Acid Bacteria (LAB) ที่สามารถนำมาใช้ในรูปแบบของ oral vaccine ต่อไวรัส SARS-CoV2 ซึ่งวัคซีนชนิดนี้มีข้อดีจากจุลินทรีย์ LAB ที่มีคุณสมบัติเป็นโปรไบโอติก ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายในแง่ต่าง ๆ และยังสามารถผลิตชิ้นส่วนของแอนติเจนที่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อไวรัส SARS-CoV2 โดยภูมิคุ้มกันที่ได้จะเป็นแบบ mucosal immunity หรือกระตุ้นการสร้างแอนติบอดีชนิด IgA ซึ่งเป็น protective antiboy สำหรับอนุภาคไวรัสที่รุกรานเข้ามาทางเยื่อเมือก (mucous membrane) นอกจากนี้ prototype ที่ได้จากงานวิจัยครั้งนี้ยังสามารถประยุกต์ใช้กับการผลิต oral vaccine กับเชื้อก่อโรคชนิดอื่น ๆ ที่อาจเป็นเชื้ออุบัติใหม่ในอนาคต ทำให้มีแพลตฟอร์มที่สามารถรับมือกับสถานการณ์โรคระบาดได้อย่างทันท่วงที โดยเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนในรูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่สามารถผลิตวัคซีนได้ในปริมาณมาก ด้วยระยะเวลาไม่นานและค่าใช้จ่ายไม่สูงเหมือนการผลิตวัคซีนในรูปแบบอื่น

การนำไปใช้ประโยชน์ :

วัคซีนรูปแบบ oral vaccine สามารถนำไปใช้ในกลุ่มประชากรหลายกลุ่ม ที่ต้องการวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ในการป้องกันโรคติดเชื้อและโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ โดยหากวัคซีนชนิดนี้สามารถผลิตได้ในประเทศ หากมีการนำวัคซีนในรูปแบบชนิดนี้ นำออกสู่ตลาด จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อวัคซีนในรูปแบบอื่น ๆ จากต่างประเทศ จึงช่วยเรื่องเศรษฐกิจได้เป็นอย่างมาก โดยผลกระทบที่ได้ทางเศรษฐกิจจะมีความคุ้มค่ามากกว่างบประมาณที่ได้รับจากทุนวิจัยเป็นจำนวนมากกว่า 200 เท่า สำหรับผลกระทบทางสังคมคือมีส่วนช่วยให้การเข้าถึงของวัคซีนได้ในทุกกลุ่มประชากรได้เพิ่มขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำในเรื่องคุณภาพชีวิตของประชากรทุกระดับ



วันที่เผยแพร่ : -
เผยแพร่โดย : Piroonruk Art-han (แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 18 กรกฎาคม,2565)
จำนวนครั้งที่อ่าน : 11 ครั้ง

ผลงานวิจัยโดย

ดร.มัณฑนา แจ่มกลาง

หน่วยงาน : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
เบอร์ติดต่อ : -
อีเมล : -