การวิจัยเพื่อลดผลกระทบด้าน เศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข และการศึกษา

  • หน้าแรก
  • การวิจัยเพื่อลดผลกระทบด้าน เศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข และการศึกษา

การพัฒนานวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาการฆ่าตัวตายในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ของประเทศไทย

18 กรกฎาคม,2565 | Piroonruk Art-han

ชื่อผลงาน : นวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาการฆ่าตัวตายในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ของประเทศไทย

ที่มาและความสำคัญของโครงการ :

ประเทศไทยมีโครงการเฝ้าระวังและช่วยเหลือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายตั้งแต่ปี พ.ศ.2544 โดยสร้างระบบการดูแลช่วยเหลือผู้ที่เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย พัฒนาแบบคัดกรองภาวะซึมเศร้าและเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย ส่งผลช่วยลดอัตราการฆ่าตัวตายลง แต่ในปี 2562-2563 อัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น แสดงว่ายังคงมีช่องว่างในระบบการดูแล ช่วยเหลือ ร่วมกับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผลกระทบต่อระบบสังคมและเศรษฐกิจอย่างรุนแรง  คาดว่าอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จจะมากกว่า 8 คนต่อแสนประชากร ดังนั้น การพัฒนานวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาการฆ่าตัวตายในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ของประเทศไทย จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

ผลผลิตจากงานวิจัย :

นวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาการฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นการดำเนินการในรูปแบบความร่วมมือขององค์กรเครือข่ายทุกภาคส่วน มีรูปแบบการป้องกันการฆ่าตัวตายสำหรับกลุ่มเปราะบางที่มีปัญหาพฤติกรรมการฆ่าตัวตาย มีการเสริมสร้างวัคซีนใจในชุมชนเพื่อป้องกันการฆ่าตัวตาย มีโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับคัดกรองและประเมินความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย รวมถึงผลการประเมินโครงการการฆ่าตัวตายระดับชาติ

การนำไปใช้ประโยชน์ :

1.ขยายผลรูปแบบการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการป้องกันการฆ่าตัวตายในประชากรทั่วไปและกลุ่มเสี่ยง ใน 21 จังหวัดผ่านการประชุมคณะอนุกรรมการประสานงานเพื่อการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยสุขภาพจิตระดับจังหวัด เพื่อกำหนดแนวทาง/มาตรการการป้องกันและแก้ไขปัญหาการฆ่าตัวตายระดับจังหวัด รวมถึงแผนการดำเนินงานต่อเนื่อง

2.จัดทำคู่มือแนวทางการป้องกันการฆ่าตัวตาย สำหรับกลุ่มผู้ตกงาน เผยแพร่ แก่บุคลากรเครือข่าย

3.ที่เกี่ยวข้องในจังหวัดอื่นๆอีก 21 จังหวัด เพื่อนำไปใช้ดูแล ช่วยเหลือ ผู้ตกงาน

4.จัดทำแนวทางการดูแลกลุ่มเปราะบางที่มีพฤติกรรมการฆ่าตัวตาย พร้อมหลัก สูตรการฝึกอบรมเพิ่มพูนทักษะที่จำเป็นในแต่ละระดับของสถานบริการสุขภาพ ร่วมกับคู่มือในการดูแลระยะสั้นและระยะยาว และเชื่อมโยงกับระบบส่งต่อในระบบเขตสุขภาพให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมถึงขยายผลแนวทางดังกล่าวใน21 จังหวัด เพื่อนำไปใช้ดูแล ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างต่อเนื่องทั้งในสถานพยาบาลทุกระดับและชุมชน

5.เผยแพร่ผลงานในรูปแบบรายงานผลการศึกษาวิจัย พร้อมเผยแพร่คู่มือแนวทางการดำเนินงานการเสริมสร้างวัคซีนใจในชุมชนแก่หน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทย รวมถึงขยายผลด้วยการจัดหลักสูตรฝึกอบรมออนไลน์ให้ครอบคลุมในระดับประเทศ

6.บุคลากรสาธารณสุขในสถานบริการทุกระดับสามารถใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับคัดกรองและประเมินความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายเพื่อเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงและติดตามอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งให้การดูแล ช่วยเหลือ ได้อย่างทันท่วงที ลดอัตราการฆ่าตัวตายซ้ำของประเทศได้ตามค่าเป้าหมายที่กำหนด

7.ประเทศ มีข้อมูลที่สะท้อนปัญหาใกล้เคียงความเป็นจริง จากระบบสารสนเทศในการติดตามเฝ้าระวังป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตาย ผู้บริหาร สามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการกำหนดนโยบาย และขับเคลื่อนนโยบายการป้องกันการฆ่าตัวตายระดับประเทศได้ดียิ่งขึ้น



วันที่เผยแพร่ : -
เผยแพร่โดย : Piroonruk Art-han (แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 18 กรกฎาคม,2565)
จำนวนครั้งที่อ่าน : 44 ครั้ง

ผลงานวิจัยโดย

นายแพทย์ณัฐกร จำปาทอง

นายแพทย์ณัฐกร จำปาทอง

หน่วยงาน : กรมสุขภาพจิต
เบอร์ติดต่อ : -
อีเมล : -