การวิจัยเพื่อลดผลกระทบด้าน เศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข และการศึกษา

  • หน้าแรก
  • การวิจัยเพื่อลดผลกระทบด้าน เศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข และการศึกษา

การพัฒนาต้นแบบเพื่อการเฝ้าระวังเพื่อลดผลกระทบของการแพร่กระจายเชื้อโควิด 19 และการเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินจากภัยพิบัติในโรงงานขนาดใหญ่ด้วยระบบเฝ้าระวังจากเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ

08 มีนาคม,2565 | Piroonruk Art-han

ต้นแบบระบบเฝ้าระวังฯ สถานการณ์ฉุกเฉินในโรงงานอุตสาหกรรม จากเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ

ชื่อผลงาน : ต้นแบบระบบเฝ้าระวังฯ สถานการณ์ฉุกเฉินในโรงงานอุตสาหกรรม จากเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ

ที่มาและความสำคัญของโครงการ :

สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ซึ่งมีการระบาดใหญ่ไปทั่วโลก รวมทั้งสถานการณ์ของประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียนที่เป็นแหล่งแรงงานหลักในโรงงานอุตสาหกรรมกว่าร้อยละ 90 ของประเทศ ดังกรณีของจังหวัดสมุทรสาครซึ่งมีการระบาดในกลุ่มแรงงานจำนวนมาก ในช่วงเดือนธันวาคม 2563 พบผู้ติดเชื้อในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มแรงงานในโรงงานอุตสาหกรรม ที่อยู่กันอย่างแออัดและเป็นกลุ่มก้อน ทำให้เกิดการกระจายเชื้ออย่างรวดเร็วในวงกว้าง ในขณะที่ข้อมูลของโรงงาน จำนวนแรงงาน และแหล่งที่อยู่ที่เป็นกลุ่มชุมชน ยังไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างทันการณ์ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจังหวัดสมุทรสาครต้องมีการตรวจสอบข้อมูลหลายรอบ เพื่อนำไปกำหนดมาตรการ Bubble & Seal อีกทั้งในกรณีการเกิดภัยพิบัติอื่น ๆ ในพื้นที่โรงงานขนาดใหญ่ จะส่งผลกระทบต่อแรงงานจำนวนมากในวงกว้าง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ โดยที่รัฐบาลมีนโยบายในการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด 19 ให้เห็นผลอย่างรวดเร็ว เพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม และจากสถานการณ์ดังกล่าว สทอภ. จึงเล็งเห็นว่าต้องเร่งสร้างระบบการเฝ้าระวังและบริหารจัดการสถานการณ์ดังกล่าว รวมถึงสถานการณ์ภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตในโรงงานขนาดใหญ่ที่มีความสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติในรูปแบบต่างๆ ทั้งจากสารเคมี อัคคีภัย และอุทกภัย ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดผลกระทบต่อคนในโรงงานและสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง ระบบเฝ้าระวังจะสามารถแจ้งเตือน และให้มีการตรวจสอบข้อมูลที่สามารถย้อนกลับเพื่อการป้องกันได้ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถกำหนดมาตรการในการควบคุมสถานการณ์การแพร่กระจายและลดผลกระทบได้

ทั้งนี้ การเตรียมการในส่วนของระบบสารสนเทศจำเป็นต้องมีการจัดทำฐานข้อมูลที่สามารถเชื่อมโยงและใช้ประมวลผลข้อมูลในเชิงลึกในระดับพื้นที่และระดับจังหวัด โดยที่ผ่านมา สทอภ.
ได้รับมอบหมายจากคณะทำงานบูรณาการชุดข้อมูลการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาให้พัฒนาระบบ iMAP เพื่อเป็นเครื่องมือให้กับศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง
(ศปม.) และศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัด (ศปกจ.) โดยเป็นการระดมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากกว่า 9 กระทรวงจาก 16 หน่วยงาน สำนักนายกรัฐมนตรี 1 หน่วยงาน และไม่สังกัดกระทรวง 1 หน่วยงาน เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม กองบัญชาการกองทัพไทย และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เป็นต้น เพื่อนำไปใช้ในการติดตาม เฝ้าระวัง วิเคราะห์ วางแผน ฟื้นฟูสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 รวมถึงมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจเพื่อการบริหารจัดการสถานการณ์อย่างทันท่วงที ซึ่งจากแนวทางที่ได้จากการพัฒนาระบบบริหารสถานการณ์ iMAP ซึ่งจะรวมถึงการพัฒนาระบบศูนย์กลางข้อมูล (Data Center) ดังนั้น สทอภ. จึงได้ร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานที่บริหารฐานข้อมูลดังกล่าว สร้างระบบเฝ้าระวังการแพร่กระจายเชื้อโควิด 19 และการเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินจากภัยพิบัติในโรงงานขนาดใหญ่ด้วยเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ  โดยนำหลักการของการวางระบบบริหารจัดการข้อมูลเชิงลึกเพื่อใช้ในการบริหารสถานการณ์ของระบบ iMAP มาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในลดผลกระทบในพื้นที่จังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีจำนวนแรงงานสูง มาเป็นกลุ่มเป้าหมายในการดำเนินการ

ผลผลิตจากงานวิจัย :

ต้นแบบระบบเฝ้าระวังเพื่อลดผลกระทบของการแพร่กระจายเชื้อโควิด 19 ต้นแบบระบบประเมินความเสี่ยงด้านภัยพิบัติ กรณีจากการรั่วไหลของสารเคมี และต้นแบบระบบประเมินความเสี่ยงด้านภัยพิบัติ กรณีอุทกภัย

การนำไปใช้ประโยชน์ :

กลุ่มเป้าหมายในการดำเนินงานระยะแรกรวม 9 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ ปทุมธานี สมุทรสาคร นครราชสีมา และสุราษฎร์ธานี โดยกำหนดพื้นที่สำหรับการพัฒนาต้นแบบระบบเฝ้าระวัง ดังนี้ 1) แบบจำลองการแพร่กระจายเชื้อโควิด 19 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร สมุทรปราการ ปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร 2) แบบจำลองความเสี่ยงด้านภัยพิบัติ กรณีจากการรั่วไหลของสารเคมี ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา 3) แบบจำลองความเสี่ยงด้านภัยพิบัติ กรณีอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และนครราชสีมา



วันที่เผยแพร่ : -
เผยแพร่โดย : Piroonruk Art-han (แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 09 มีนาคม,2565)
จำนวนครั้งที่อ่าน : 39 ครั้ง

ผลงานวิจัยโดย

นางธัญวรัตม์ อนันต์

หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
เบอร์ติดต่อ : -
อีเมล : -