วัคซีนโควิด -19 และการบริหารจัดการ

  • หน้าแรก
  • วัคซีนโควิด -19 และการบริหารจัดการ

การจัดตั้งเครือข่ายวิจัยโควิดเพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายของประเทศในเอเชีย และการศึกษาเพื่อพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายเรื่องโควิดวัคซีนพาสปอร์ต

18 กรกฎาคม,2565 | Piroonruk Art-han

ชื่อผลงาน : เครือข่ายวิจัยโควิดเพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายของประเทศในเอเชียและการศึกษาเพื่อพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายเรื่องโควิดวัคซีนพาสปอร์ต

ที่มาและความสำคัญของโครงการ :

เมื่อปี พ.ศ. 2564 หลายประเทศทั่วโลกได้มีการให้วัคซีนแก่ประชากรในประเทศ ซึ่งการฟื้นฟูกิจกรรมทางสังคมและเศรษฐกิจอีกครั้งเป็นสิ่งที่หลายประเทศคาดหวัง ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างก็มีนโยบายการให้วัคซีนที่แตกต่างกันไป อย่างไรก็ตามหากต้องการสร้างผลกระทบเชิงบวกและลดผลกระทบเชิงลบจากการใช้วัคซีนโควิดและการฟื้นฟูกิจกรรมทางเศรษฐกิจ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีความร่วมมือทางนโยบายเพื่อให้กฎระเบียบระหว่างประเทศทั้งหลายมีความสอดรับซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องใบรับรองการฉีดวัคซีนโควิดสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ โดยงานวิจัยนี้ได้รับการมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้กระทรวงสาธารณสุขทำการศึกษาเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย เมื่อเดือน มี.ค.2564 https://www.thebangkokinsight.com/news/politics-general/covid-19/563873/

ผลผลิตจากงานวิจัย :

โครงการ CORESIA ได้เผยแพร่แบบสำรวจเกี่ยวกับความต้องการของประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเอเชีย 9 ประเทศ ต่อใบรับรองการฉีดวัคซีน และยังได้ทำการประเมินต้นทุนและผลกระทบด้านระบาดวิทยาและเศรษฐกิจของการใช้ใบรับรองการฉีดวัคซีนเพื่อปรับลดการกักตัวและตรวจหาการติดเชื้อโควิดของผู้เดินทางระหว่างประเทศไทยและสิงคโปร์ รวมไปถึง rapid review เกี่ยวกับโควิด-19 หลายหัวข้อ อีกทั้งยังมีเว็บไซต์ (http://vaxcert.info/) ที่รวบรวมมาตรการต่าง ๆ เกี่ยวกับโควิด-19 ทั่วโลก และยังมีการตีพิมพ์ policy brief  บทความออนไลน์ วารสาร การให้สัมภาษณ์ รวมไปถึงการจัดและเข้าร่วม webinar การประชุม เป็นต้น

การนำไปใช้ประโยชน์ :

1.ผู้กำหนดนโยบายหลายกลุ่ม โครงการ CORESIA ได้พัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายผ่านการจัดทำ policy brief 6 ฉบับ, rapid review 6 หัวข้อ ซึ่งตอบสนองต่อคำถามเกี่ยวกับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข การนำเสนอต่าง ๆ ต่อกลุ่มผู้กำหนดนโยบาย รวมไปถึงการทำแบบจำลองการเดินทาง (bilateral travel model) ระหว่างประเทศไทยและสิงคโปร์ เพื่อคำนวณความต้องการที่จะเดินทางของผู้เดินทาง (Willingness-To-Travel) ของสองประเทศ  โดยข้อเสนอและผลงานเหล่านี้ได้นำไปสู่การปฏิบัติจริงในประเทศไทยและในต่างประเทศ เช่น การพัฒนาใบรับรองการฉีดวัคซีนโควิด-19 และเอกสารที่เกี่ยวข้องในรูปแบบดิจิทัล การจัดให้วัคซีนเพิ่มเติมกว่า 40 ล้านโดสเพื่อเตรียมพร้อมกับนโยบายการเปิดประเทศใน 120 วัน ในปีพ.ศ. 2564 การจัดหาวัคซีนโควิดชนิด mRNA มาใช้ในประเทศไทย การพัฒนานโยบาย Test & Go และการยกเลิกนโยบายดั่งกล่าวเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รวม 13 ผลงาน

2.สาธารณชน โครงการได้เผยแพร่ผลงานและองค์ความรู้หลายอย่างสู่สาธารณชนเพื่อเป็นการเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับโควิด-19 และใบรับรองการฉีดวัคซีนโควิด-19 ต่อสังคมและนำไปสู่การต่อยอดในอนาคตต่อไป ดังนี้ การพัฒนาเว็บไซต์, policy brief 6 ฉบับที่ได้ทำการเผยแพร่ต่อสาธารณชนผ่านช่องทาง social media ของไฮแทป และยังมีการให้สัมภาษณ์กับสื่อทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวน 4 ที่ โครงการยังได้ตีพิมพ์บทความออนไลน์ บทความและวารสาร จำนวน 7 ฉบับ ทั้งยังมีการจัด webinar เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ต่อไป จำนวน 6 ครั้ง รวม 24 ผลงาน

สรุปแล้วผลผลิตจากโครงการได้มีการนำไปใช้ประโยชน์ต่อ 2 กลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มผู้กำหนดนโยบาย และสาธารณชน โดยมีผลงานจำนวน 37 ผลงาน



วันที่เผยแพร่ : -
เผยแพร่โดย : Piroonruk Art-han (แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 18 กรกฎาคม,2565)
จำนวนครั้งที่อ่าน : 60 ครั้ง

ผลงานวิจัยโดย

ดร.นพ.ยศ ตีระวัฒนานนท์

ดร.นพ.ยศ ตีระวัฒนานนท์

หน่วยงาน : มูลนิธิเพื่อการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP)
เบอร์ติดต่อ : -
อีเมล : -